เนื้อผ้าสำหรับเสื้อบอล

ประเพณีที่แฟนบอลส่วนใหญ่ทำกันเพื่อแสดงออกถึงความรัก คือการที่สวมเสื้อบอลไปเชียร์ทีมโปรดของตัวเอง แต่ละทีมก็จะมีการผลิตเสื้อออกมาเพื่อจำหน่ายให้กับแฟนบอล ราคาเสื้อนั้นก็สูงแต่ก็ไม่มาจนซื้อยาก ด้วยความที่ของแท้นั้นมีราคา พ่อค้าแม่ค้าหัวใสทั้งหลายจึงทำเสื้อปลอมออกมาวางจำหน่ายให้แก่คนที่อยากจะใส่เสื้อแต่ไม่มีงบมากพอหรือคนที่ไม่อยากจะลงทุน แต่ก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้าบางคนที่เอาเปรียบโดยการผลิตเสื้อปลอมแต่มาขายในราคาของแท้ ซึ่งเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค แล้วคนซื้ออย่างเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเสื้อบอลตัวไหนของแท้ของปลอม วันนี้เราจึงจะมาแนะนำเนื้อผ้าของเสื้อกันว่ามีอะไรบ้าง แตกต่างจากของปลอมอย่างไรบ้าง

การสังเกตลักษณะผ้าของเสื้อบอล

โดยทั่วไปส่วนใหญ่แล้วเราจะรู้กันว่าเสื้อบอลจะผลิตโดยใช้เนื้อผ้า โพลีเอสเตอร์ แต่ใช่ว่าจะเหมือนกันทุกตัว เนื้อผ้าแบบนี้ก็ยังมีความแตกต่างกันออกไปทั้งความหนา บาง นุ่ม ลื่น ลวดลาย หากเราเคยได้สัมผัสเนื้อผ้าของจริงเราก็จะสามารถแยกแยะได้ อย่างง่าย เพราะเนื่องจากสินค้าเลียนแบบจะมีราคาถูก ผ้าที่ใช้จึงมีคุณภาพที่ต่ำ หรือ ธรรมดา เพราะต้องลดต้นทุนในการผลิต แม้ว่าเจ้าไหนที่มีการพิถีพิถันในการเลือกผ้า แต่ก็จะมีอยู่จุดนึงที่มีความแตกต่าง ไม่สามารถเลียนแบบได้ นอกจากเนื้อผ้าแล้วการตัดเย็บเอง ก็สามารสังเกตได้ง่ายๆ ของแท้จะมีการตัดเย็บที่ประณีต ต้องดูเป็นทรง ไม่มีชายหรือด้ายหลุดออกมา เสื้อบอลบางรุ่นมีการใช้เนื้อผ้าที่ผสมกัน เช่น แขนอาจจะใช้ผ้าอีกแบบตัวเสื้ออาจจะใช้อีกแบบ การตัดเย็บจึงต้องทำให้ดีที่สุด แม้ว่าบางทีจะมีการใช้ผ้าผืนเดียวทั้งตัว จุดเล็กๆน้อยก็มองเข้าไม่ได้  จึงทำให้ตรงนี้เองที่ของแท้มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด เนื้อผ้าของเสื้อบอลนั้นจะต้องเหมาะกับกีฬาฟุตบอล เนื่อจากเป็นกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา ผ้าจะต้องไม่เสียดสีกับผิวทำให้เกิดการแสบหรือเป็นแผล มีความเบาสบาย ระบายความร้อนและเหงื่อได้ดี เพราะมีการเคลื่อนไหวมาก เหงื่อจะออกเยอะมากๆ หากระบายไม่ดีก็จะทำให้คนที่สวมใส่ลำบากรู้สึกร้อน ทำให้การเล่นสะดุดและมีปัญหาได้ และหากตัวชุดเปียกน้ำหรือเหงื่อต้องแห้งเร็วและไม่ติดกับผิวจนรำคาญ

เราไม่สามารถคาดหวังให้ทุกคนซื้อเสื้อบอลของแท้ได้ แต่การใส่ของเลียบแบบก็ไม่ได้แย่ แต่หากมองในมุมของผู้ผลิต ก็คงจะไม่แฮปปี้ที่มีคนมาก็อปผลงานไป อยากให้ช่วยสนับสนุนของแท้มากกว่า

โรงเรียนทางเลือก ทางเลือกใหม่ของพ่อแม่

โรงเรียนทางเลือก คืออะไร

โรงเรียนทางเลือก คือโรงเรียนที่วางระบบการศึกษาที่ไว้สำหรับสอนเด็ก เป็นระบบไม่เน้นเรื่องการเรียน แบบเคร่งครัด แต่เน้นให้เด็กช่วยเหลือตนเอง และพัฒนาตามพัฒนาการที่ควรจะเป็นตามช่วงวัย เพื่อให้เด็กสามารถแสดงทักษะ ความสามารถออกมาได้ดีที่สุด ในวัยที่พวกเขาหัดเรียนรู้ โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลการเรียน การท่องจำ แบบฝึกหัด ทำให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าถาม กล้าแสดงออกในสิ่งที่ดี มีความเป็นตัวของตัวเองสูง โรงเรียนทางเลือกมีแนวการสอนใช้สื่อเรียนรู้นอกห้องเรียน และเด็กคือศูนย์กลางของการเรียนรู้ทุกสิ่ง
โรงเรียนทางเลือก มีหลายประเภท
ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนทางเลือก แสดงว่ามีหลายระบบ ที่จะให้ผู้ปกครองเลือกให้เด็กเรียน โดยในประเทศไทย เริ่มมีการยอมรับโรงเรียนประเภทนี้มากขึ้น มีโรงเรียนทางเลือกตั้งขึ้นหลายประเภท เพื่อรองรับเด็กยุคใหม่

ระบบโรงเรียนทางเลือก

โรงเรียนทางเลือก แบบมอนเตสเซอรี่ เป็นโรงเรียนทางเลือกที่เน้นผู้เรียนเป็นที่ตั้ง เป็นส่วนสำคัญที่สุด โดยแนวคิดได้รับมาจากต่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับแล้วว่า มนุษย์เป็นผู้ให้การศึกษาแก่ตัวเอง ฉะนั้นการที่ให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่ได้เกิดจากการนั่งสอนของครูในชั้นเรียน จะดีกว่า เด็กจะได้เริ่มสั่งสมความรู้ด้วยตนเอง จากประสบการณ์ที่พบเจอในแต่ละวัน การศึกษาแนวนี้คำนึงถึงสิ่งที่เด็กต้องการเป็นส่วนใหญ่ เด็กมีแวว มีพรสวรรค์ด้านได้ ครูทำหน้าที่เพียงชี้แนะให้เด็กเดินไปตามทางที่ตนเองชอบ และช่วยเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ให้เด็กทำกิจกรรม เพื่อสร้างประสบการณ์ และเด็กจะยอมรับในความสำเร็จที่ตนสามารถสร้างขึ้นเอง เป็นแรงบันดาลใจ และนอกจากนี้แนวคิดนี้จะเชื่ออีกว่า เด็กทุกคนมีความสามารถแน่นอน หากถูกส่งเสริมอย่างตรงจุด ผ่านประสาทสัมผัส 5 ประการ แบ่งการเรียนรู้เป็น 3 กลุ่ม ให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ฝึกทักษะตามช่วงวัย อีกทั้งโรงเรียนที่เปิดสอนแนวคิดนี้ ยังมีการทำให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยด้วย
โรงเรียนทางเลือก แนวทางการสอนแบบวอลดอร์ฟ แนวการสอนแนวนี้ให้ความสำคัญกับศิลปะ จินตนาการ สุนทรียภาพ เป็นหลัก โดยมีการจัดอาคาร สถานที่ในโรงเรียนเน้นความเป็นธรรมชาติ เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ หญ้า น้ำ แสงแดดธรรมชาติ โดยมีการดัดแปรงให้เข้ากับอาคารเรียน ออกแบบห้องเรียนให้สอดคล้องกับธรรมชาติมากที่สุด คือเหมือนให้เด็กมาเรียนรู้ในสถานที่ที่เป็นธรรมชาติทั้งหมด จะช่วยให้เด็กมีสมาธิ สงบ อยู่กับตัวเองมากที่สุด
การศึกแนววอลดอร์ฟ มีการกระตุ้นในเด็กเกิดการพัฒนาด้วยจิตนาการของตนเองมากที่สุด อย่างเช่น หากเด็กฟังนิทานจากครู ครูจะเลือกที่เล่าปากเปล่า ไม่มีอุปกรณ์ประกอบ เพื่อให้เด็กจิตนาการ เป็นการปลดล็อคจิตนาการให้กับเด็ก หรือจะใช้เพียงหุ่นธรรมดา เป็นตัวแทนของตัวละคร โรงเรียนแนวนี้จะไม่พึ่งสื่อที่ทันใหม่ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด โดยเฉพาะยิ่งถ้าวัยปฐมวัย เพราะแนวคิดนี้มีความเชื่อว่า ทีวี วีดีโอ วิทยุ จะเข้าไปปิดกั้นจิตนาการของเด็ก โดยมีภาพปลูกฝังให้เด็กเชื่อ ว่าทุกสิ่งเป็นอย่างนั้น ฉะนั้นที่สุดแล้วหัวใจของการศึกษาแนววอลดอร์ฟ คือ การสร้างสมดุลของจิตมนุนษ์ ได้แก่ ความคิด ความรู้สึกและการกระทำโดยไม่พึ่งพาเทคโนโลยี