Category Archives: การศึกษา

bim100 สุดยอดสารสกัดจากมังคุด ต้านทานโรคมะเร็ง

bim100 สุดยอดสารสกัดจากมังคุด ต้านทานโรคมะเร็ง

            bim100 คือสารสกัดจากมังคุด ด้วยฝีมือของศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ที่ค้นพบว่า มังคุด สามารถต้านทานการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากในเปลือกมังคุด มีสารชื่อว่า GM-1 เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยา ลดการอักเสบ มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก

โดยผลการทดลองพบว่า ช่วยกำจัดมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้น เมื่อนำมารวมกับสารสกัดชนิดอื่น ๆ เช่น ถั่วเหลือง ใบบัวบก ฝรั่ง และงาดำ จนออกมาเป็นอาหารเสริม ที่สามารถช่วยในการปรับภูมิคุ้มกันในร่างกาย ให้กลับสู่สมดุลดังเดิมได้

bim100 มาพร้อมกับคุณสมบัติที่น่าทึ่ง

มังคุด คือผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูงมาก ในภมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย จนถูกขนานนามว่าเป็น “ราชินีผลไม้” ที่สำคัญ มังคุดยังมีประโยชน์น่าทึ่งอีกมาก เนื่องจากในมังคุด มีสารแซนโทนเป็น่วนประกอบอยู่ในปริมาณสูงมาก

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการนำเปลือกมังคุด มาเข้าสู่กระบวนการสกัด เพื่อให้ได้สารสกัดที่สำคัญจากมังคุด ซึ่งสารชนิดนี้ สามารถช่วยลดการอักเสบ ป้องกันโรคหัวใจ ช่วยในการย่อยอาหาร ลดอาการแพ้ต่าง ๆ ลดความดันโลหิต และช่วยต้านทานการเกิดโรคมะเร็งได้ดี

ผลการทดลองใช้ bim100 กับผู้ป่วยมะเร็ง

ได้มีการทดลองนำ bim100 ที่ถูกพัฒนาขึ้นมา ไปใช้รักษาจริงกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดย ศ.พญ.สุมิตรา ทองประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แสดงให้เห็นถึงผลการทดสอบ ในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษาดด้วยเคมีบำบัด จำนวน 20 คน ใช้ระยะเวลาในการทดสอบทั้งสิ้น 6 เดือน

เมื่อผลการทดลองสิ้นสุดลง ได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ป่วยมะเร็งที่รับประทานสารสกัดมังคุด มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รับประทานอาหารได้ อาการเจ็บปวดจากผลข้างเคียงของโรคน้อยลง มีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น ถึงแม้ ผู้ป่วยจะไม่ได้หายขาดจากโรคมะเร็ง แต่ก็ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ จึงกล่าวได้ว่า สารสกัดจากมังคุดชนิดนี้ เป็นสารต้านมะเร็งอย่างแท้จริง ที่สำคัญผลการทดสอบที่ไทย ยังสอดคล้องกับผลการทดลองในสหรัฐอเมริกา และอิตาลดีด้วยเช่นกัน

bim100 เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง

bim100 จัดเป็นสารสกัด ที่ได้มาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง จึงไม่ใช่ยา ที่สามารถเข้าไปช่วยร่างกายจัดการกับโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้โดยตรง แต่จะช่วยเข้าไปฟื้นฟูร่างกาย ให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นได้ พร้อมกับช่วยปรับสภาพภูมิคุ้มกันให้สมดุลยิ่งขึ้น จึงส่งผลให้ร่างกายจัดการกับสิ่งผิดปกติในร่างกายได้เอง อย่างเป็นธรรมชาติ ผ่ายการรับรองมาตรฐาน ISO14001 :1996 จึงถูกนำไปจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จนเป็นที่ยอมรับของผู้คน.

exness จับมือ Real Madrid จัดคลินิกฟุตบอลให้เด็กด้อยโอกาศ ตอบแทนสังคมไทย

exness จับมือ Real Madrid จัดคลินิกฟุตบอลให้เด็กด้อยโอกาศ ตอบแทนสังคมไทย

            exness (เอ็กเนส) หนึ่งในโบรกเกอร์ซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราออนไลน์ชื่อดัง ซึ่งเคยชนะรางวัลบนเวทีระดับโลก จับมือกับ สโมสรเรอัลมาดริด ร่วมกันจัดกิจกรรมคลินิกฟุตบอล มอบให้เด็กด้อยโอกาศในประเทศไทย

โดยมีมูลนิธิที่ได้ผ่านการคัดเลือกจาก exness และ สโมสรเรอัลมาดริด จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล ศูนย์เมอร์ซี่ และมูลนิธิคุณพ่อเรย์ ซึ่งมูลนิธิทั้งหมดนี้ ได้เข้าร่วมกิจกรรมคลินิกฟุตบอลกับสโมสรฟุตบอลชื่อดังอย่างเรอัลมาดริด ยกขบวนบุคคลลากรคุณภาพมากมายมาเยือนประเทศไทย อาทิ อัลวาโร อาร์เบโลอา และโค้ชคาร์ลอส อัลเบิร์ต

ประธานบริษัท exness เผยเหตุผล จับมือกับสโมสรชื่อดัง Real Madrid

มร.ปีเตอร์ วาลอฟ ตำแหน่งประธานผู้บริหารบริษัท exness ซึ่งจัดเป็นบริษัทแรกของวงการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราออนไลน์ ที่ตกลงเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเรอัลมาดริด เผยว่า “สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดคือผู้สนับสนุนที่มีความเป็นเลิศ เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ปัจจัยเหล่านี้ นับเป็นตัวสร้างพื้นฐานของการดำเนินบริษัทเรา”

จุดเริ่มต้นการทำโครงการของบริษัท exness

ผู้บริหารบริษัท exness ยังได้กล่าวถึง จุดเริ่มต้นของกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยผู้บริหารเผยว่า “บริษัทเรามีจุดประสงค์จัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อมอบโอกาสอันยิ่งใหญ่ให้กับเด็ก ๆ ผู้ด้อยโอกาส ที่อาศัยอยู่ในไทย เด็กเหล่านี้ จะได้สัมผัสประสบการณ์ที่อาจหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิต ที่จะได้เข้าร่วมฝึกอบรมทักษะการเล่นฟุตบอลกับโค้ชและนักเตะ ที่กล่าวขานกันว่าเป็นตำนานของสโมสรเรอัลมาดริด”

นอกจากผู้บริหารบริษัท exness ทางด้านนักเตะระดับตำนานของเรอัลมาดริดอย่าง อัลเวโร อาร์เบโรอา ก็ได้กล่าวเสริมว่า “เรอัลมาดริด เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจและยินดียิ่ง ที่ได้มีโอกาสถ่ายทอดองค์ความรู้และให้การสนับสนุนโครงการริเริ่มเพื่อสังคมในครั้งนี้”

บรรดาเด็กด้อยโอกาส จากองค์กร ทั้ง 3 แห่ง ที่ถูกคัดเลือกจากผู้บริหารบริษัท exness และ สโมสรเรอัลมาดริด ผ่านใบสมัคร เผยให้เห็นถึงความทุ่มเทขององค์กร เพื่อเด็กที่ด้อยโอกาสในไทย และให้ความช่วยเหลือ ไปจนถึงการผลักดันให้เด็กได้เข้าร่วมฝึกฝนทักษะการเล่นฟุตบอล ก่อให้เกิดความแข็งแกร่งทั้งกายและใจให้กับพวกเขา

กิจกรรมที่จัดขึ้นโดยบริษัท exness และสโมสรเรอัลมาดริดจากโครงการในครั้งนี้ บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและสนุกสนาน เนื่องจากเด็กผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะรูปแบบการเล่นเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสานฝันสู่การเป็นนักเตะมืออาชีพต่อไปในวันข้างหน้า.

มีอายุยืนยาวได้ไม่ยาก เพียงกินผักผลไม้วันละ 8 ขีด

มีอายุยืนยาวได้ไม่ยาก เพียงกินผักผลไม้วันละ 8 ขีด

            ผลการศึกษาของทีมนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนพบว่า ใน 1 วัน หากกินผักและผลไม้ให้ได้ 8 ส่วน หรือประมาณ 800 กรัม อาจมีส่วนสำคัญ ที่ช่วยให้อายุขัยของคนเรายาวนานมากขึ้นกว่าเดิม โดยผักและผลไม้ 1 ส่วนนั้น จะเท่ากับ 80 กรัม หรือเท่ากับกล้วยหอม 1 ลูก เท่าลูกแพร์ 1 ลูก หรือผักโขม 3 ช้อนชา

ทีมนักวิจัยได้ข้อสรุปดังกล่าว จากการเก็บรวบรวมข้อมูลงานวิจัยจำนวน 95 ชิ้น ที่ได้ศึกษาถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนประมาณ 2 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งงานวิจัยดังกล่าว ยังชี้แนะด้วยว่า การกินผักและผลไม้แม้เพียงปริมาณเล็กน้อยก็ตาม แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล ยิ่งกินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

ผักผลไม้บางชนิด มีสรรพคุณยับยั้งการเกิดโรคร้ายได้

นอกจากนี้ ผลการวิจัยดังกล่าวยังพบอีกว่า การกินผักที่มีสีเขียว เช่น “ผักโขม” และผักที่มีสีเหลืองเช่น “พริกหยวก” หรือจะเป็นผักตระกูลกะหล่ำอย่าง “กะหล่ำดอก” ก็ได้เช่นกัน ซึ่งที่กล่าวมานี้ มีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้

ขณะเดียวกัน การกินผลไม้ก็มีคุณประโยชน์ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผลไม้ยอดนิยมอย่างแอปเปิล ลูกแพร์ ไปจนถึงผลไม้ตระกูลส้ม หรือจะเป็นจำพวกผักสลัด และผักกะหล่ำ ซึ่งจะมีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดตีบหรือแตกได้

การกินผักและผลไม้เป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

ผลงานวิจัยชิ้นนี้ ที่ถูกเผยแพร่ลงในวารสารระบาดวิทยา (Journal of Epidemiology) ยัง            ได้ประเมินถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยทำการเปรียบเทียบกับผู้คน ที่ในแต่ละวันจะไม่กินผักและผลไม้ชนิดใด ๆ เลย กับผู้ที่กินผักและผลไม้เป็นประจำ

ผลปรากฏว่า การกินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 200 กรัม จะช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ 13% และสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้ 4% ส่วนการกินผักและผลไม้วันละ 800 กรัมต่อวัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถึง 28% และลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ 13% เลยทีเดียว

ผักและผลไม้ ช่วยทำให้มีชีวิตยืนยาวขึ้นกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน การกินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 200 กรัม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลงได้ 15% ส่วนการกินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 800 กรัม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลงได้สุขภาพถึง 31%

ลูกขี้กลัว กลัวไปหมดแทบทุกเรื่อง พ่อแม่ควรทำยังไง?

ลูกขี้กลัว กลัวไปหมดแทบทุกเรื่อง พ่อแม่ควรทำยังไง?

            ลูกเป็นคนขี้กลัว กลัวไปหมดแทบจะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นอาการกลัวสัตว์ กลัวความมืด หรือแม้แต้ “กลัวหมอ” ความกลัวที่เกิดขึ้นในใจเหล่านี้ ในบางครั้งไม่ใด้เกิดขึ้นแค่เฉพาะกับเด็กเท่านั้น และบางคนก็หายกลัวได้เมื่อโตขึ้น แต่กับเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง ความกลัวเหล่านั้นมันฝั่งรากลึกลงไปในจิตใจ และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกกลัวได้ถึงเพียงนี้ และผู้เป็นพ่อแม่ควรทำอย่างไร เพื่อให้ลูกหากจาการเป็นเด็ก “ขี้กลัว”

ทำไมลูกถึงกลายเป็นคนขี้กลัว?

  1. เป็นเด็กที่มีพื้นฐานสมองทางด้านอารมณ์มาตั้งแต่เกิด ทำให้หนูน้อยมีอารมณ์หวั่นไหวได้ง่าย หรือมีพ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่ง เป็นคนขี้กลัว ก็จะทำให้ลูกติดนิสัยนี้ได้โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน
  2. เลี้ยงลูกแบบประคบประหงมเกินเหตุ ห้ามทำนู้นนั่นนี่ เด็กเลยไม่กล้าลงมือทำอะไรใหม่ จนทำให้เขากลายเป็นคนขี้กลัว ไม่กล้าไปโยปริยาย หรือร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรควิตกกังวลได้เลยทีเดียว
  3. เด็กเคยมีประสบการณ์ไม่ดีในชีวิตมาก่อน เช่น พ่อแม่หน่าร้าง เคยไประสบอุบัติเหตุ หรือมีการเจ็บป่วยร้ายแรง ทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ๆ

นอกจากนี้แล้วความกลัวของเด็กในแต่ละช่วงอายุยังแตกต่างกันออกไป

– เด็กอายุ 6-7 เดือน = จะกลัวคนแปลกหน้า และไม่คุ้นเคย รวมถึงคนที่ไม่ค่อยได้พบเจอกันบ่อย โดยส่วนมากแล้วเด็ก ๆ มักจะแสดงอาการกลัวออกมาเวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาไปเยี่ยมญาติ หรือเพื่อนๆ มาเที่ยวหาที่บ้าน

– เด็กอายุ 2-3 ขวบ = เด็กวัยนี้ความกลัวจะเพิ่มมากขึ้น เช่น กลัวความมืด กลัวผี สัตว์ประหลาดตามหนังหรือนิทาน กลัวเสียงลม ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า การฝันร้าย กลัวการที่ต้องอยู่กับคนแปลกหน้า กลัวการอยู่คนเดียว กลัวคุณหมอทุกครั้งที่ไปฉีดยา หรือหาหมอฟัน หรือแม้กลัวตัวการ์ตูนมาสคอตน่ารัก ๆ ก็ตาม เนื่องจากเด็กวัยนี้ เริ่มมีจินตนาการของตัวเองจากการเติบโตที่มากขึ้นแล้ว

วิธีการหยุดยั้งความกลัวของเด็ก

1.ผู้เป็นพ่อแม่ต้องเข้าใจความกลัวของลูกน้อยเสียก่อน ว่าลูกกลัวอะไร และไม่ควรดุด่าด้วยถ้อยคำว่า เรื่องแค่นี้ทำไมยังกลัว หรือบอกว่าไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลย แล้วพยายามผลักไสให้ลูกไปเผชิญความกลัวโดยลำพัง

2.อธิบายให้ลูกเข้าใจความเป็นไปถึงสิงที่เกิดขึ้น ห้ามพูดโกหกหรือพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเด็ดขาด เพราะจะกลายเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าเฉย ๆ

3.เวลาพาลูกไปพบหมอ เช่น ฉีดยา หาหมอฟัน ควรบอกความจริงไป โดยการบอกว่าไปฉีดยามันเจ็บยังไงบ้าง อย่าบอกลูกว่ามันไม่เจ็บ แล้วคอยพูดช่วยสร้างความมั่นใจว่าลูกจะต้องผ่านความกลัวนี้ไปได้อย่างแน่นอน

4.ผู้เป็นพ่อแม่ควรหาหนังสือ หรือนิทานที่เกี่ยวกับการเผชิญกับความกลัวให้ลูกได้อ่านดู แล้วอธิบายให้เข้าใจถึงวิธีการต่อสู้กับความกลัวในจิตใจ

โรงเรียนทางเลือก ทางเลือกใหม่ของพ่อแม่

โรงเรียนทางเลือก คืออะไร

โรงเรียนทางเลือก คือโรงเรียนที่วางระบบการศึกษาที่ไว้สำหรับสอนเด็ก เป็นระบบไม่เน้นเรื่องการเรียน แบบเคร่งครัด แต่เน้นให้เด็กช่วยเหลือตนเอง และพัฒนาตามพัฒนาการที่ควรจะเป็นตามช่วงวัย เพื่อให้เด็กสามารถแสดงทักษะ ความสามารถออกมาได้ดีที่สุด ในวัยที่พวกเขาหัดเรียนรู้ โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลการเรียน การท่องจำ แบบฝึกหัด ทำให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าถาม กล้าแสดงออกในสิ่งที่ดี มีความเป็นตัวของตัวเองสูง โรงเรียนทางเลือกมีแนวการสอนใช้สื่อเรียนรู้นอกห้องเรียน และเด็กคือศูนย์กลางของการเรียนรู้ทุกสิ่ง
โรงเรียนทางเลือก มีหลายประเภท
ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนทางเลือก แสดงว่ามีหลายระบบ ที่จะให้ผู้ปกครองเลือกให้เด็กเรียน โดยในประเทศไทย เริ่มมีการยอมรับโรงเรียนประเภทนี้มากขึ้น มีโรงเรียนทางเลือกตั้งขึ้นหลายประเภท เพื่อรองรับเด็กยุคใหม่

ระบบโรงเรียนทางเลือก

โรงเรียนทางเลือก แบบมอนเตสเซอรี่ เป็นโรงเรียนทางเลือกที่เน้นผู้เรียนเป็นที่ตั้ง เป็นส่วนสำคัญที่สุด โดยแนวคิดได้รับมาจากต่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับแล้วว่า มนุษย์เป็นผู้ให้การศึกษาแก่ตัวเอง ฉะนั้นการที่ให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่ได้เกิดจากการนั่งสอนของครูในชั้นเรียน จะดีกว่า เด็กจะได้เริ่มสั่งสมความรู้ด้วยตนเอง จากประสบการณ์ที่พบเจอในแต่ละวัน การศึกษาแนวนี้คำนึงถึงสิ่งที่เด็กต้องการเป็นส่วนใหญ่ เด็กมีแวว มีพรสวรรค์ด้านได้ ครูทำหน้าที่เพียงชี้แนะให้เด็กเดินไปตามทางที่ตนเองชอบ และช่วยเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ให้เด็กทำกิจกรรม เพื่อสร้างประสบการณ์ และเด็กจะยอมรับในความสำเร็จที่ตนสามารถสร้างขึ้นเอง เป็นแรงบันดาลใจ และนอกจากนี้แนวคิดนี้จะเชื่ออีกว่า เด็กทุกคนมีความสามารถแน่นอน หากถูกส่งเสริมอย่างตรงจุด ผ่านประสาทสัมผัส 5 ประการ แบ่งการเรียนรู้เป็น 3 กลุ่ม ให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ฝึกทักษะตามช่วงวัย อีกทั้งโรงเรียนที่เปิดสอนแนวคิดนี้ ยังมีการทำให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยด้วย
โรงเรียนทางเลือก แนวทางการสอนแบบวอลดอร์ฟ แนวการสอนแนวนี้ให้ความสำคัญกับศิลปะ จินตนาการ สุนทรียภาพ เป็นหลัก โดยมีการจัดอาคาร สถานที่ในโรงเรียนเน้นความเป็นธรรมชาติ เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ หญ้า น้ำ แสงแดดธรรมชาติ โดยมีการดัดแปรงให้เข้ากับอาคารเรียน ออกแบบห้องเรียนให้สอดคล้องกับธรรมชาติมากที่สุด คือเหมือนให้เด็กมาเรียนรู้ในสถานที่ที่เป็นธรรมชาติทั้งหมด จะช่วยให้เด็กมีสมาธิ สงบ อยู่กับตัวเองมากที่สุด
การศึกแนววอลดอร์ฟ มีการกระตุ้นในเด็กเกิดการพัฒนาด้วยจิตนาการของตนเองมากที่สุด อย่างเช่น หากเด็กฟังนิทานจากครู ครูจะเลือกที่เล่าปากเปล่า ไม่มีอุปกรณ์ประกอบ เพื่อให้เด็กจิตนาการ เป็นการปลดล็อคจิตนาการให้กับเด็ก หรือจะใช้เพียงหุ่นธรรมดา เป็นตัวแทนของตัวละคร โรงเรียนแนวนี้จะไม่พึ่งสื่อที่ทันใหม่ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด โดยเฉพาะยิ่งถ้าวัยปฐมวัย เพราะแนวคิดนี้มีความเชื่อว่า ทีวี วีดีโอ วิทยุ จะเข้าไปปิดกั้นจิตนาการของเด็ก โดยมีภาพปลูกฝังให้เด็กเชื่อ ว่าทุกสิ่งเป็นอย่างนั้น ฉะนั้นที่สุดแล้วหัวใจของการศึกษาแนววอลดอร์ฟ คือ การสร้างสมดุลของจิตมนุนษ์ ได้แก่ ความคิด ความรู้สึกและการกระทำโดยไม่พึ่งพาเทคโนโลยี