Category Archives: การศึกษา

ลูกขี้กลัว กลัวไปหมดแทบทุกเรื่อง พ่อแม่ควรทำยังไง?

ลูกขี้กลัว กลัวไปหมดแทบทุกเรื่อง พ่อแม่ควรทำยังไง?

            ลูกเป็นคนขี้กลัว กลัวไปหมดแทบจะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นอาการกลัวสัตว์ กลัวความมืด หรือแม้แต้ “กลัวหมอ” ความกลัวที่เกิดขึ้นในใจเหล่านี้ ในบางครั้งไม่ใด้เกิดขึ้นแค่เฉพาะกับเด็กเท่านั้น และบางคนก็หายกลัวได้เมื่อโตขึ้น แต่กับเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง ความกลัวเหล่านั้นมันฝั่งรากลึกลงไปในจิตใจ และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกกลัวได้ถึงเพียงนี้ และผู้เป็นพ่อแม่ควรทำอย่างไร เพื่อให้ลูกหากจาการเป็นเด็ก “ขี้กลัว”

ทำไมลูกถึงกลายเป็นคนขี้กลัว?

  1. เป็นเด็กที่มีพื้นฐานสมองทางด้านอารมณ์มาตั้งแต่เกิด ทำให้หนูน้อยมีอารมณ์หวั่นไหวได้ง่าย หรือมีพ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่ง เป็นคนขี้กลัว ก็จะทำให้ลูกติดนิสัยนี้ได้โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน
  2. เลี้ยงลูกแบบประคบประหงมเกินเหตุ ห้ามทำนู้นนั่นนี่ เด็กเลยไม่กล้าลงมือทำอะไรใหม่ จนทำให้เขากลายเป็นคนขี้กลัว ไม่กล้าไปโยปริยาย หรือร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรควิตกกังวลได้เลยทีเดียว
  3. เด็กเคยมีประสบการณ์ไม่ดีในชีวิตมาก่อน เช่น พ่อแม่หน่าร้าง เคยไประสบอุบัติเหตุ หรือมีการเจ็บป่วยร้ายแรง ทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ๆ

นอกจากนี้แล้วความกลัวของเด็กในแต่ละช่วงอายุยังแตกต่างกันออกไป

– เด็กอายุ 6-7 เดือน = จะกลัวคนแปลกหน้า และไม่คุ้นเคย รวมถึงคนที่ไม่ค่อยได้พบเจอกันบ่อย โดยส่วนมากแล้วเด็ก ๆ มักจะแสดงอาการกลัวออกมาเวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาไปเยี่ยมญาติ หรือเพื่อนๆ มาเที่ยวหาที่บ้าน

– เด็กอายุ 2-3 ขวบ = เด็กวัยนี้ความกลัวจะเพิ่มมากขึ้น เช่น กลัวความมืด กลัวผี สัตว์ประหลาดตามหนังหรือนิทาน กลัวเสียงลม ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า การฝันร้าย กลัวการที่ต้องอยู่กับคนแปลกหน้า กลัวการอยู่คนเดียว กลัวคุณหมอทุกครั้งที่ไปฉีดยา หรือหาหมอฟัน หรือแม้กลัวตัวการ์ตูนมาสคอตน่ารัก ๆ ก็ตาม เนื่องจากเด็กวัยนี้ เริ่มมีจินตนาการของตัวเองจากการเติบโตที่มากขึ้นแล้ว

วิธีการหยุดยั้งความกลัวของเด็ก

1.ผู้เป็นพ่อแม่ต้องเข้าใจความกลัวของลูกน้อยเสียก่อน ว่าลูกกลัวอะไร และไม่ควรดุด่าด้วยถ้อยคำว่า เรื่องแค่นี้ทำไมยังกลัว หรือบอกว่าไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลย แล้วพยายามผลักไสให้ลูกไปเผชิญความกลัวโดยลำพัง

2.อธิบายให้ลูกเข้าใจความเป็นไปถึงสิงที่เกิดขึ้น ห้ามพูดโกหกหรือพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเด็ดขาด เพราะจะกลายเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าเฉย ๆ

3.เวลาพาลูกไปพบหมอ เช่น ฉีดยา หาหมอฟัน ควรบอกความจริงไป โดยการบอกว่าไปฉีดยามันเจ็บยังไงบ้าง อย่าบอกลูกว่ามันไม่เจ็บ แล้วคอยพูดช่วยสร้างความมั่นใจว่าลูกจะต้องผ่านความกลัวนี้ไปได้อย่างแน่นอน

4.ผู้เป็นพ่อแม่ควรหาหนังสือ หรือนิทานที่เกี่ยวกับการเผชิญกับความกลัวให้ลูกได้อ่านดู แล้วอธิบายให้เข้าใจถึงวิธีการต่อสู้กับความกลัวในจิตใจ

โรงเรียนทางเลือก ทางเลือกใหม่ของพ่อแม่

โรงเรียนทางเลือก คืออะไร

โรงเรียนทางเลือก คือโรงเรียนที่วางระบบการศึกษาที่ไว้สำหรับสอนเด็ก เป็นระบบไม่เน้นเรื่องการเรียน แบบเคร่งครัด แต่เน้นให้เด็กช่วยเหลือตนเอง และพัฒนาตามพัฒนาการที่ควรจะเป็นตามช่วงวัย เพื่อให้เด็กสามารถแสดงทักษะ ความสามารถออกมาได้ดีที่สุด ในวัยที่พวกเขาหัดเรียนรู้ โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลการเรียน การท่องจำ แบบฝึกหัด ทำให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าถาม กล้าแสดงออกในสิ่งที่ดี มีความเป็นตัวของตัวเองสูง โรงเรียนทางเลือกมีแนวการสอนใช้สื่อเรียนรู้นอกห้องเรียน และเด็กคือศูนย์กลางของการเรียนรู้ทุกสิ่ง
โรงเรียนทางเลือก มีหลายประเภท
ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนทางเลือก แสดงว่ามีหลายระบบ ที่จะให้ผู้ปกครองเลือกให้เด็กเรียน โดยในประเทศไทย เริ่มมีการยอมรับโรงเรียนประเภทนี้มากขึ้น มีโรงเรียนทางเลือกตั้งขึ้นหลายประเภท เพื่อรองรับเด็กยุคใหม่

ระบบโรงเรียนทางเลือก

โรงเรียนทางเลือก แบบมอนเตสเซอรี่ เป็นโรงเรียนทางเลือกที่เน้นผู้เรียนเป็นที่ตั้ง เป็นส่วนสำคัญที่สุด โดยแนวคิดได้รับมาจากต่างประเทศ และเป็นที่ยอมรับแล้วว่า มนุษย์เป็นผู้ให้การศึกษาแก่ตัวเอง ฉะนั้นการที่ให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่ได้เกิดจากการนั่งสอนของครูในชั้นเรียน จะดีกว่า เด็กจะได้เริ่มสั่งสมความรู้ด้วยตนเอง จากประสบการณ์ที่พบเจอในแต่ละวัน การศึกษาแนวนี้คำนึงถึงสิ่งที่เด็กต้องการเป็นส่วนใหญ่ เด็กมีแวว มีพรสวรรค์ด้านได้ ครูทำหน้าที่เพียงชี้แนะให้เด็กเดินไปตามทางที่ตนเองชอบ และช่วยเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ให้เด็กทำกิจกรรม เพื่อสร้างประสบการณ์ และเด็กจะยอมรับในความสำเร็จที่ตนสามารถสร้างขึ้นเอง เป็นแรงบันดาลใจ และนอกจากนี้แนวคิดนี้จะเชื่ออีกว่า เด็กทุกคนมีความสามารถแน่นอน หากถูกส่งเสริมอย่างตรงจุด ผ่านประสาทสัมผัส 5 ประการ แบ่งการเรียนรู้เป็น 3 กลุ่ม ให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ฝึกทักษะตามช่วงวัย อีกทั้งโรงเรียนที่เปิดสอนแนวคิดนี้ ยังมีการทำให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยด้วย
โรงเรียนทางเลือก แนวทางการสอนแบบวอลดอร์ฟ แนวการสอนแนวนี้ให้ความสำคัญกับศิลปะ จินตนาการ สุนทรียภาพ เป็นหลัก โดยมีการจัดอาคาร สถานที่ในโรงเรียนเน้นความเป็นธรรมชาติ เต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ หญ้า น้ำ แสงแดดธรรมชาติ โดยมีการดัดแปรงให้เข้ากับอาคารเรียน ออกแบบห้องเรียนให้สอดคล้องกับธรรมชาติมากที่สุด คือเหมือนให้เด็กมาเรียนรู้ในสถานที่ที่เป็นธรรมชาติทั้งหมด จะช่วยให้เด็กมีสมาธิ สงบ อยู่กับตัวเองมากที่สุด
การศึกแนววอลดอร์ฟ มีการกระตุ้นในเด็กเกิดการพัฒนาด้วยจิตนาการของตนเองมากที่สุด อย่างเช่น หากเด็กฟังนิทานจากครู ครูจะเลือกที่เล่าปากเปล่า ไม่มีอุปกรณ์ประกอบ เพื่อให้เด็กจิตนาการ เป็นการปลดล็อคจิตนาการให้กับเด็ก หรือจะใช้เพียงหุ่นธรรมดา เป็นตัวแทนของตัวละคร โรงเรียนแนวนี้จะไม่พึ่งสื่อที่ทันใหม่ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด โดยเฉพาะยิ่งถ้าวัยปฐมวัย เพราะแนวคิดนี้มีความเชื่อว่า ทีวี วีดีโอ วิทยุ จะเข้าไปปิดกั้นจิตนาการของเด็ก โดยมีภาพปลูกฝังให้เด็กเชื่อ ว่าทุกสิ่งเป็นอย่างนั้น ฉะนั้นที่สุดแล้วหัวใจของการศึกษาแนววอลดอร์ฟ คือ การสร้างสมดุลของจิตมนุนษ์ ได้แก่ ความคิด ความรู้สึกและการกระทำโดยไม่พึ่งพาเทคโนโลยี