มีอายุยืนยาวได้ไม่ยาก เพียงกินผักผลไม้วันละ 8 ขีด

มีอายุยืนยาวได้ไม่ยาก เพียงกินผักผลไม้วันละ 8 ขีด

            ผลการศึกษาของทีมนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนพบว่า ใน 1 วัน หากกินผักและผลไม้ให้ได้ 8 ส่วน หรือประมาณ 800 กรัม อาจมีส่วนสำคัญ ที่ช่วยให้อายุขัยของคนเรายาวนานมากขึ้นกว่าเดิม โดยผักและผลไม้ 1 ส่วนนั้น จะเท่ากับ 80 กรัม หรือเท่ากับกล้วยหอม 1 ลูก เท่าลูกแพร์ 1 ลูก หรือผักโขม 3 ช้อนชา

ทีมนักวิจัยได้ข้อสรุปดังกล่าว จากการเก็บรวบรวมข้อมูลงานวิจัยจำนวน 95 ชิ้น ที่ได้ศึกษาถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนประมาณ 2 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งงานวิจัยดังกล่าว ยังชี้แนะด้วยว่า การกินผักและผลไม้แม้เพียงปริมาณเล็กน้อยก็ตาม แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล ยิ่งกินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

ผักผลไม้บางชนิด มีสรรพคุณยับยั้งการเกิดโรคร้ายได้

นอกจากนี้ ผลการวิจัยดังกล่าวยังพบอีกว่า การกินผักที่มีสีเขียว เช่น “ผักโขม” และผักที่มีสีเหลืองเช่น “พริกหยวก” หรือจะเป็นผักตระกูลกะหล่ำอย่าง “กะหล่ำดอก” ก็ได้เช่นกัน ซึ่งที่กล่าวมานี้ มีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้

ขณะเดียวกัน การกินผลไม้ก็มีคุณประโยชน์ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผลไม้ยอดนิยมอย่างแอปเปิล ลูกแพร์ ไปจนถึงผลไม้ตระกูลส้ม หรือจะเป็นจำพวกผักสลัด และผักกะหล่ำ ซึ่งจะมีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดตีบหรือแตกได้

การกินผักและผลไม้เป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

ผลงานวิจัยชิ้นนี้ ที่ถูกเผยแพร่ลงในวารสารระบาดวิทยา (Journal of Epidemiology) ยัง            ได้ประเมินถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยทำการเปรียบเทียบกับผู้คน ที่ในแต่ละวันจะไม่กินผักและผลไม้ชนิดใด ๆ เลย กับผู้ที่กินผักและผลไม้เป็นประจำ

ผลปรากฏว่า การกินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 200 กรัม จะช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ 13% และสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้ 4% ส่วนการกินผักและผลไม้วันละ 800 กรัมต่อวัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถึง 28% และลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ 13% เลยทีเดียว

ผักและผลไม้ ช่วยทำให้มีชีวิตยืนยาวขึ้นกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน การกินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 200 กรัม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลงได้ 15% ส่วนการกินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 800 กรัม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลงได้สุขภาพถึง 31%