เหตุใดจึงต้องให้ความสำคัญ ต่อการเลือกซื้อโปรแกรมบัญชี

เหตุใดจึงต้องให้ความสำคัญ ต่อการเลือกซื้อโปรแกรมบัญชี

            สิ่งที่สำคัญในการเลือกโปรแกรมบัญชี หรือซอฟต์แวร์เรื่องของราคาไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะซอฟต์แวร์ราคาถูกอาจไม่คุ้มกับเงินที่ลงทุนไป ซอฟต์แวร์ราคาแพงอาจคุ้มกับเงินที่ลงทุนก็ได้ ดังนั้นจึงต้องเปรียบเทียบอย่างละเอียดรอบคอบว่า การซื้อซอฟต์แวร์ราคาถูกและราคาแพงแบบไหนถึงจะมีความคุ้มกว่ากัน

ในการเลือกซื้อโปรแกรมบัญชี จึงต้องพิจารณาในหลายประเด็น อาทิ คุณภาพของซอฟต์แวร์ การบริการหลังการขาย ความยืดหยุ่น สามารถประหยัดกำลังคนและสนองความต้องการข้อมูลต่อผู้บริหารได้ถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ เป็นต้น ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ที่มีราคาแพงมากเกินไปก็รับประกันไม่ได้ว่าต้องมีคุณภาพดีเสมอไป

โปรแกรมบัญชี ต้องมีคุณภาพเรื่องของค่าใช้จ่ายเพิ่มในระยะยาว จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อซ้ำ

มีหลาย ๆ บริษัทที่เลือกใช้โปรแกรมบัญชี แล้วไม่ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กรใดใดทั้งสิ้น นั่นเป็นเพราะโปรแกรมที่ใช้อยู่มีความยุ่งยากในการใช้งาน ไม่ยืดหยุ่น สามารถสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้บริหารต้องสังเกตว่าการลงทุนด้านไอทีในระยะแรกเริ่มมีค่าใช้จ่ายจะสูง แต่นานวันเข้าค่าใช้จ่ายจะลดลงเรื่อย ๆ ผิดกับการลงทุนในด้านบุคลากร ที่ในเบื้องต้นจะค่าใช้จ่ายอาจจะไม่สูง แต่พอนานวันค่าใช้จ่ายจะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบริษัทที่มีประสบการณ์เลือกซื้อโปรแกรมบัญชีรูปแบบเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เหตุผลเพียงเพราะว่าไม่ได้พิจารณาอย่างละเอียดก่อนจะซื้อ ทำให้ใช้งานไปแล้วมีปัญหา ต้องหาซอฟต์แวร์ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เสียเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก

พนักงานจะได้ไม่เบื่อหน่ายกับการทำงานด้วยโปรแกรมบัญชีที่ไม่ตรงตามความต้องการ

พนักงานบัญชีจำนวนไม่น้อยที่มีความเบื่อหน่ายจากการทำงาน เหตุผลเพราะติดปัญหากับโปรแกรมบัญชีที่นำมาใช้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้นั่นเอง จึงทำให้พนักงานทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ ในบางครั้งเป็นการทนใช้ไปก่อนเพื่อรอการเปลี่ยนแปลงในคราวหลัง แต่เมื่อนานวันเข้า แก้ปัญหาหนักไม่ได้จึงจำเป็นต้องลาออกไป ทำให้เสียต้นทุนในเรื่องบุคลากรอีก

ดังนั้นการเลือกซื้อโปรแกรมบัญชี ไม่ได้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบัญชีฝ่ายเดียว นอกจากนี้แล้วซอฟต์แวร์ระบบบัญชียังเกี่ยวข้องกับอีกหลายหน่วยอีกด้วย ถือเป็นโปรแกรมดี ๆ ที่ควรมีติดไว้

หน่วยงานต่าง ๆ ที่ล้วนเกี่ยวข้องกับโปรแกรมบัญชี

ระบบใบเสนอราคา, ใบสั่งจอง, ใบสั่งขาย, เกี่ยวข้องกับฝ่ายขาย

ระบบใบขอซื้อ(PR) ใบสั่งซื้อ(PO) เกี่ยวข้องกับฝ่ายจัดซื้อ

ระบบลูกหนี้(AR) เกี่ยวข้องกับฝ่ายบัญชี, ฝ่ายสินเชื่อ

ระบบเจ้าหนี้(AP) เกี่ยวข้องกับฝ่ายบัญชี

ระบบสินค้าคงคลัง(IC) เกี่ยวข้องกับฝ่ายคลัง, ฝ่ายบัญชี

ระบบบัญชีแยกประเภท(GL) เกี่ยงข้องกับฝ่ายบัญชี, ฝ่ายการเงิน

ระบบเช็ค(CQ) เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเงิน

ตลาดจีนและไทย แนวโน้มน่าจับตานำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาไทย

ตลาดจีนและไทย แนวโน้มน่าจับตานำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาไทย

            ไทยและจีนมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น และมีการติดต่อค้าขายกันมาช้านาน ซึ่งการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมายังประเทศไทยมีมาตั้งแต่แรกเริ่มบันทึกประวัติศาสตร์ในสมัยสุโขทัย จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ไทยและจีน ก็ยังคงความสัมพันธ์อันดีติดต่อค้าขายกันอยู่เรื่อยมา

ประเทศไทยมีอัตรานำเข้าสินค้าจากประเทศจีน มากกว่าประเทศอื่น ๆ

“ทราบหรือไม่? จากสถิติการนำเข้า-ส่งออกระหว่างประเทศ ไทยยังคงนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน”

สำหรับสถิติการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน มีมูลค่าสูงยิ่งกว่าการนำเข้าสินค้าจากอเมริกา ที่อยู่ในอันดับ 3 มากถึง 3-4 เท่า เลยทีเดียว ตามมาด้วยที่อันดับ 2 ได้แก่ประเทศญี่ปุ่น อันดับ 4 ประเทศมาเลเซีย และอันดับ 5 คือเกาหลีใต้ (ต้องขอกราบขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร) จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการนำเข้าสินค้าของไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านในแถบภูมิภาคเอเชียด้วยกันแทบทั้งสิ้น

มีอะไรบ้างที่ไทยนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน

สำหรับการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมายังประเทศไทยนั้น ค่อนข้างครอบคลุบทุกอย่างในตลาดธุรกิจ แต่ทว่าสินค้าหลัก ก็ไม่พ้นวัตถุดิบทางด้านอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ, เคมีภัณฑ์, เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์, ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ฯลฯ

สินค้าเหล่านี้อยู่ในหมวดหมู่ประเภทสินค้าที่ไทยนำเข้าจากต่างประเทศ ในอันดับที่ 2-5 และ 7 เรียงตามลำดับ นับเป็นเม็ดเงินที่สูงมาก และเมื่อมองถึงแนวโน้มการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนในอนาคต มีอยู่หนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งแต่เดิมนั้นสินค้าจากจีนขึ้นชื่อเรื่องการ Copy Grade A แต่ทว่าในปัจจุบันนั้น รัฐบาลจีนเริ่มควบคุมเข้มงวดเรื่องลิขสิทธิ์มากขึ้น และประชาชนในจีนเองก็เริ่มตื่นตัวในเรื่องของการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ รวมถึงการจดสิทธิบัตรด้านนวัตกรรมของสินค้า จากเดิมในปี 2010 สถิติการจดสิทธิบัตรด้านทรัพย์สินทางปัญญาในจำนวนประชากร 10000 คน จะอยู่ที่ 1.7 รายการ แต่ทว่าในปี 2017 ที่ผ่านมา พบว่าสถิติเพิ่มขึ้นเป็น 9.8 รายการ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่า

แนวโน้มเช่นนี้ทำให้เกิดยุคสมัยใหม่ของการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน

เคยมีคนจำกัดความไว้ว่า “ยุคนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าในอนาคต ประเทศจีนจะมีสินค้าและนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ มาให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน มาตีตลาดภายในประเทศไทยได้บ้าง