ศิลปินสะเทือน พาณิชย์ เตรียมแก้ กม. ลิขสิทธิ์เพลงใหม่

ศิลปินสะเทือน พาณิชย์ เตรียมแก้ กม. ลิขสิทธิ์เพลงใหม่

ศิลปินสะเทือน พาณิชย์ เตรียมแก้ กม. ลิขสิทธิ์เพลงใหม่

            ธุรกิจและวงการเพลงสั่นสะเทือน พาณิชย์เตรียมแก้กฎหมายลิขสิทธิ์ วางมาตรฐานค่าจัดเก็บกว่าปีละ 700 ล้าน เล็งยกเลิกบทบัญญัติ “ผิดอาญาสามาระยอมความได้” พร้อมจัดแถวตัวแทนลิขสิทธิ์อีก 29 บริษัท เพื่อเป็นไปตามโมเดลของสหรัฐฯ และยุโรป หนุนรัฐกุมบังเหียนจัดสรรผลประโยชน์แก้ปัญหาซ้ำซาก

ข้อมูลจากอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) กระทรวงพานิชย์ เผยถึงกรณีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงเอาไว้ว่า ขาดแนวทางทีชัดเจนตรงไปตรงมา ทำให้เกิดความสับสนต่อผู้ใช้งานจนอาจนำไปสู่ปัญหาการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการเพื่อดูแลผลประโยชน์ได้

แก้ปัญหา “ความผิดทางอาญายอมความได้” พร้อมทั้งลด 29 บริษัทนายหน้าลิขสิทธิ์

จากการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับ 2 พ.ศ.2558 จะมีการเพิ่มบทบัญญัติการกำกับดูแลองค์กรในเรื่องของการจัดเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์ และยกเลิกบทบัญญัติที่ระบุไว้ว่า “ความผิดทางอาญาสามารถยอมความกันได้” เพื่อให้มตราการกำกับและดูแลเป็นไปอย่างสากล

นอกจากนี้แล้วบริษัทจัดเก็บส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยกับการวางระบบกฎเกณฑ์ วิธีการ และเรตติ้งค่าใช่จ่ายที่ระบุไว้ชัดเจน พร้อมทั้งลดผู้ดำเนินเก็บค่าลิขสิทธิ์แทนจาก 29 ราย ให้เหลือน้อยลงกว่าเดิม เพื่อแก้ปัญหาความซ้ำซ้อน และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อเพิ่มความสะดวกทั้งผู้ใช้และผู้เก็บเงิน

ใช้ลิขสิทธิ์ปกป้อง 5.7 ล้านเพลง พร้อมลดต้นทุนค่าเพลงลงอีก 4 แสนบาท

สำหรับมูลค่าตลาดของการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 300-700 ล้านบาทต่อปี ปรับลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทผู้จัดเก็บทั้งสิ้น 29 ราย จำนวน 5753454 เพลง อาทิ บริษัท เอ็มพิซีมิสิค จำกัด ผู้เป็นเจ้าของสิทธิ์งานดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียง 5605201 เพลง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำนวน 35339 เพลง บริษัท อาร์ เอ็ม เอส พับลิชชิ่ง จำกัด จำนวน 19479 เพลง บริษัทจัดเก็บทรัพย์สินทางภูมิปัญญาไทย จำกัด จำนวน 17303 เพลง บริษัท อินเตอร์ มิวสิค ก็อปปี้ไรท์ จำกัด 12538 เพลง บริษัท เค.ที. พับลิชชิ่ง จำกัด 14711 เพลง บริษัทเพลง จำกัด จำนวน 9651 เพลง เป็นต้น

นายกริช ทอมมัส ว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจจีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด มหาชน ระบุว่า เบื้องหลังของงานทุกงานล้วนมีต้นทุนทั้งสิ้น การนำเอางานของผู้อื่นไปใช้ โดยอ้างเหตุผลว่าไม่ได้ใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ การกระทำเช่นนี้เรียกว่า “การไม่เคารพกัน” พร้อมอธิบายด้วยว่าประเทศที่เจริญแล้วย่อมเคาพรสิทธิ์การใช้งานเสมอ ผู้บริหารแกรมมียังกล่าวต่ออีกว่า บริษัทไม่ได้เพิ่มอัตราการเก็บค่าลิขสิทธิ์สำหรับการเปิดเพลงในร้านอาหารตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้คิดจะทำลายธุรกิจของใคร ในขณะที่การซื้อสิทธิ์ถือเป็นการทำให้ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมด้านดนตรียังดำรงอยู่ได้