เหตุใดจึงต้องให้ความสำคัญ ต่อการเลือกซื้อโปรแกรมบัญชี

เหตุใดจึงต้องให้ความสำคัญ ต่อการเลือกซื้อโปรแกรมบัญชี

            สิ่งที่สำคัญในการเลือกโปรแกรมบัญชี หรือซอฟต์แวร์เรื่องของราคาไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะซอฟต์แวร์ราคาถูกอาจไม่คุ้มกับเงินที่ลงทุนไป ซอฟต์แวร์ราคาแพงอาจคุ้มกับเงินที่ลงทุนก็ได้ ดังนั้นจึงต้องเปรียบเทียบอย่างละเอียดรอบคอบว่า การซื้อซอฟต์แวร์ราคาถูกและราคาแพงแบบไหนถึงจะมีความคุ้มกว่ากัน

ในการเลือกซื้อโปรแกรมบัญชี จึงต้องพิจารณาในหลายประเด็น อาทิ คุณภาพของซอฟต์แวร์ การบริการหลังการขาย ความยืดหยุ่น สามารถประหยัดกำลังคนและสนองความต้องการข้อมูลต่อผู้บริหารได้ถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ เป็นต้น ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ที่มีราคาแพงมากเกินไปก็รับประกันไม่ได้ว่าต้องมีคุณภาพดีเสมอไป

โปรแกรมบัญชี ต้องมีคุณภาพเรื่องของค่าใช้จ่ายเพิ่มในระยะยาว จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อซ้ำ

มีหลาย ๆ บริษัทที่เลือกใช้โปรแกรมบัญชี แล้วไม่ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กรใดใดทั้งสิ้น นั่นเป็นเพราะโปรแกรมที่ใช้อยู่มีความยุ่งยากในการใช้งาน ไม่ยืดหยุ่น สามารถสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้บริหารต้องสังเกตว่าการลงทุนด้านไอทีในระยะแรกเริ่มมีค่าใช้จ่ายจะสูง แต่นานวันเข้าค่าใช้จ่ายจะลดลงเรื่อย ๆ ผิดกับการลงทุนในด้านบุคลากร ที่ในเบื้องต้นจะค่าใช้จ่ายอาจจะไม่สูง แต่พอนานวันค่าใช้จ่ายจะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบริษัทที่มีประสบการณ์เลือกซื้อโปรแกรมบัญชีรูปแบบเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เหตุผลเพียงเพราะว่าไม่ได้พิจารณาอย่างละเอียดก่อนจะซื้อ ทำให้ใช้งานไปแล้วมีปัญหา ต้องหาซอฟต์แวร์ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เสียเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก

พนักงานจะได้ไม่เบื่อหน่ายกับการทำงานด้วยโปรแกรมบัญชีที่ไม่ตรงตามความต้องการ

พนักงานบัญชีจำนวนไม่น้อยที่มีความเบื่อหน่ายจากการทำงาน เหตุผลเพราะติดปัญหากับโปรแกรมบัญชีที่นำมาใช้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้นั่นเอง จึงทำให้พนักงานทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ ในบางครั้งเป็นการทนใช้ไปก่อนเพื่อรอการเปลี่ยนแปลงในคราวหลัง แต่เมื่อนานวันเข้า แก้ปัญหาหนักไม่ได้จึงจำเป็นต้องลาออกไป ทำให้เสียต้นทุนในเรื่องบุคลากรอีก

ดังนั้นการเลือกซื้อโปรแกรมบัญชี ไม่ได้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบัญชีฝ่ายเดียว นอกจากนี้แล้วซอฟต์แวร์ระบบบัญชียังเกี่ยวข้องกับอีกหลายหน่วยอีกด้วย ถือเป็นโปรแกรมดี ๆ ที่ควรมีติดไว้

หน่วยงานต่าง ๆ ที่ล้วนเกี่ยวข้องกับโปรแกรมบัญชี

ระบบใบเสนอราคา, ใบสั่งจอง, ใบสั่งขาย, เกี่ยวข้องกับฝ่ายขาย

ระบบใบขอซื้อ(PR) ใบสั่งซื้อ(PO) เกี่ยวข้องกับฝ่ายจัดซื้อ

ระบบลูกหนี้(AR) เกี่ยวข้องกับฝ่ายบัญชี, ฝ่ายสินเชื่อ

ระบบเจ้าหนี้(AP) เกี่ยวข้องกับฝ่ายบัญชี

ระบบสินค้าคงคลัง(IC) เกี่ยวข้องกับฝ่ายคลัง, ฝ่ายบัญชี

ระบบบัญชีแยกประเภท(GL) เกี่ยงข้องกับฝ่ายบัญชี, ฝ่ายการเงิน

ระบบเช็ค(CQ) เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเงิน

ตลาดจีนและไทย แนวโน้มน่าจับตานำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาไทย

ตลาดจีนและไทย แนวโน้มน่าจับตานำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาไทย

            ไทยและจีนมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น และมีการติดต่อค้าขายกันมาช้านาน ซึ่งการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมายังประเทศไทยมีมาตั้งแต่แรกเริ่มบันทึกประวัติศาสตร์ในสมัยสุโขทัย จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ไทยและจีน ก็ยังคงความสัมพันธ์อันดีติดต่อค้าขายกันอยู่เรื่อยมา

ประเทศไทยมีอัตรานำเข้าสินค้าจากประเทศจีน มากกว่าประเทศอื่น ๆ

“ทราบหรือไม่? จากสถิติการนำเข้า-ส่งออกระหว่างประเทศ ไทยยังคงนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนเป็นอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน”

สำหรับสถิติการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน มีมูลค่าสูงยิ่งกว่าการนำเข้าสินค้าจากอเมริกา ที่อยู่ในอันดับ 3 มากถึง 3-4 เท่า เลยทีเดียว ตามมาด้วยที่อันดับ 2 ได้แก่ประเทศญี่ปุ่น อันดับ 4 ประเทศมาเลเซีย และอันดับ 5 คือเกาหลีใต้ (ต้องขอกราบขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร) จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการนำเข้าสินค้าของไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านในแถบภูมิภาคเอเชียด้วยกันแทบทั้งสิ้น

มีอะไรบ้างที่ไทยนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน

สำหรับการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมายังประเทศไทยนั้น ค่อนข้างครอบคลุบทุกอย่างในตลาดธุรกิจ แต่ทว่าสินค้าหลัก ก็ไม่พ้นวัตถุดิบทางด้านอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ, เคมีภัณฑ์, เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์, ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ฯลฯ

สินค้าเหล่านี้อยู่ในหมวดหมู่ประเภทสินค้าที่ไทยนำเข้าจากต่างประเทศ ในอันดับที่ 2-5 และ 7 เรียงตามลำดับ นับเป็นเม็ดเงินที่สูงมาก และเมื่อมองถึงแนวโน้มการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนในอนาคต มีอยู่หนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งแต่เดิมนั้นสินค้าจากจีนขึ้นชื่อเรื่องการ Copy Grade A แต่ทว่าในปัจจุบันนั้น รัฐบาลจีนเริ่มควบคุมเข้มงวดเรื่องลิขสิทธิ์มากขึ้น และประชาชนในจีนเองก็เริ่มตื่นตัวในเรื่องของการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ รวมถึงการจดสิทธิบัตรด้านนวัตกรรมของสินค้า จากเดิมในปี 2010 สถิติการจดสิทธิบัตรด้านทรัพย์สินทางปัญญาในจำนวนประชากร 10000 คน จะอยู่ที่ 1.7 รายการ แต่ทว่าในปี 2017 ที่ผ่านมา พบว่าสถิติเพิ่มขึ้นเป็น 9.8 รายการ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 6 เท่า

แนวโน้มเช่นนี้ทำให้เกิดยุคสมัยใหม่ของการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน

เคยมีคนจำกัดความไว้ว่า “ยุคนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าในอนาคต ประเทศจีนจะมีสินค้าและนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ มาให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน มาตีตลาดภายในประเทศไทยได้บ้าง

ลูกขี้กลัว กลัวไปหมดแทบทุกเรื่อง พ่อแม่ควรทำยังไง?

ลูกขี้กลัว กลัวไปหมดแทบทุกเรื่อง พ่อแม่ควรทำยังไง?

            ลูกเป็นคนขี้กลัว กลัวไปหมดแทบจะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นอาการกลัวสัตว์ กลัวความมืด หรือแม้แต้ “กลัวหมอ” ความกลัวที่เกิดขึ้นในใจเหล่านี้ ในบางครั้งไม่ใด้เกิดขึ้นแค่เฉพาะกับเด็กเท่านั้น และบางคนก็หายกลัวได้เมื่อโตขึ้น แต่กับเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง ความกลัวเหล่านั้นมันฝั่งรากลึกลงไปในจิตใจ และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกกลัวได้ถึงเพียงนี้ และผู้เป็นพ่อแม่ควรทำอย่างไร เพื่อให้ลูกหากจาการเป็นเด็ก “ขี้กลัว”

ทำไมลูกถึงกลายเป็นคนขี้กลัว?

  1. เป็นเด็กที่มีพื้นฐานสมองทางด้านอารมณ์มาตั้งแต่เกิด ทำให้หนูน้อยมีอารมณ์หวั่นไหวได้ง่าย หรือมีพ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่ง เป็นคนขี้กลัว ก็จะทำให้ลูกติดนิสัยนี้ได้โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน
  2. เลี้ยงลูกแบบประคบประหงมเกินเหตุ ห้ามทำนู้นนั่นนี่ เด็กเลยไม่กล้าลงมือทำอะไรใหม่ จนทำให้เขากลายเป็นคนขี้กลัว ไม่กล้าไปโยปริยาย หรือร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรควิตกกังวลได้เลยทีเดียว
  3. เด็กเคยมีประสบการณ์ไม่ดีในชีวิตมาก่อน เช่น พ่อแม่หน่าร้าง เคยไประสบอุบัติเหตุ หรือมีการเจ็บป่วยร้ายแรง ทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ๆ

นอกจากนี้แล้วความกลัวของเด็กในแต่ละช่วงอายุยังแตกต่างกันออกไป

– เด็กอายุ 6-7 เดือน = จะกลัวคนแปลกหน้า และไม่คุ้นเคย รวมถึงคนที่ไม่ค่อยได้พบเจอกันบ่อย โดยส่วนมากแล้วเด็ก ๆ มักจะแสดงอาการกลัวออกมาเวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาไปเยี่ยมญาติ หรือเพื่อนๆ มาเที่ยวหาที่บ้าน

– เด็กอายุ 2-3 ขวบ = เด็กวัยนี้ความกลัวจะเพิ่มมากขึ้น เช่น กลัวความมืด กลัวผี สัตว์ประหลาดตามหนังหรือนิทาน กลัวเสียงลม ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า การฝันร้าย กลัวการที่ต้องอยู่กับคนแปลกหน้า กลัวการอยู่คนเดียว กลัวคุณหมอทุกครั้งที่ไปฉีดยา หรือหาหมอฟัน หรือแม้กลัวตัวการ์ตูนมาสคอตน่ารัก ๆ ก็ตาม เนื่องจากเด็กวัยนี้ เริ่มมีจินตนาการของตัวเองจากการเติบโตที่มากขึ้นแล้ว

วิธีการหยุดยั้งความกลัวของเด็ก

1.ผู้เป็นพ่อแม่ต้องเข้าใจความกลัวของลูกน้อยเสียก่อน ว่าลูกกลัวอะไร และไม่ควรดุด่าด้วยถ้อยคำว่า เรื่องแค่นี้ทำไมยังกลัว หรือบอกว่าไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลย แล้วพยายามผลักไสให้ลูกไปเผชิญความกลัวโดยลำพัง

2.อธิบายให้ลูกเข้าใจความเป็นไปถึงสิงที่เกิดขึ้น ห้ามพูดโกหกหรือพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเด็ดขาด เพราะจะกลายเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าเฉย ๆ

3.เวลาพาลูกไปพบหมอ เช่น ฉีดยา หาหมอฟัน ควรบอกความจริงไป โดยการบอกว่าไปฉีดยามันเจ็บยังไงบ้าง อย่าบอกลูกว่ามันไม่เจ็บ แล้วคอยพูดช่วยสร้างความมั่นใจว่าลูกจะต้องผ่านความกลัวนี้ไปได้อย่างแน่นอน

4.ผู้เป็นพ่อแม่ควรหาหนังสือ หรือนิทานที่เกี่ยวกับการเผชิญกับความกลัวให้ลูกได้อ่านดู แล้วอธิบายให้เข้าใจถึงวิธีการต่อสู้กับความกลัวในจิตใจ

คันแข้งใหม จัดไป รวมสนามฟุตบอลหญ้าเทียมน่าเล่นในกทม.

คันแข้งใหม จัดไป รวมสนามฟุตบอลหญ้าเทียมน่าเล่นในกทม.

            เอาใจสาวกผู้มีหัวใจรักในกีฬาฟุตบอล ไปกับบรรดาสนามฟุตบอลจากหญ้าเทียม ณ บริเวณรอบ ๆ กรุงเทพมหานคร ที่ว่ากันว่า ขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพ และคุ้มค่าต่อราคา ได้รับเสียงตอบรับจากผู้มาใช้บริการกันอย่างล้นหลาม จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลย

สนามฟุตบอลหญ้าเทียม อารีน่า เท็น (Arena 10)

สนามฟุตบอลจากหญ้าเทียมชั้นนำแห่งย่านธุรกิจของกทม. (ทองหล่อ ซอย 10) สำหรับจุดเด่นของสนามฟุตบอลแห่งนี้อยู่ที่หญ้าเทียมคุณภาพชั้นยอด ที่สามารถช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการเล่นลงได้ เพรียบพร้อมด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพไม่แพ้กัน เช่น ผ้าใบเกรดเดียวกับที่ใช้ในสนามบินสุวรรณภูมิ และสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น ห้องน้ำแยกชาย / หญิง, ห้องอาบน้ำ, คลับเฮ้าสุดหรูติดแอร์เย้นฉ่ำ, ร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นและเครื่องดื่มอีกมากมายคอยให้บริการ

สนามแห่งนี้เปิดจันทร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 24.00 น. มีทั้งสนาม สำหรับ 5 คนและ 7 คน ส่วนราคาบริการเริ่มต้นประมณ 1,500 – 2,500 บาท / ชั่วโมง

สนามฟุตบอลหญ้าเทียม แกรนด์ ซอคเกอร์โปร (Grand Soccer Pro)

สนามฟุตบอลจากหญ้าเทียมแห่งนี้ มีอยู่หลายสาขาในกทม. เริ่มจากเกษตร-นวมินทร์ ขณะที่สาขาเลียบด่วน – รามอินทรา, ลาดพร้าว 87 งามวงศ์วานและสาทร ชื่อสนามจะไม่มีคำว่า “แกรนด์” นำหน้าชื่อ และที่สำคัญ ยังเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าศิลปินดาราที่ชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลอีกด้วย ด้วยคุณภาพของหญ้าเทียมที่ดีเรียบและอ่อนนุ่ม ทำให้หลายคนติดใจไม่ยาก

สำหรับแกรนด์ ซอคเกอร์โปร จัดเป็นสนามฟุตบอลในร่มขนาดใหญ่ 7 – 9 คน ซึ่งมีให้บริการมากถึง 4 สนามด้วยกัน พร้อมทั้งสนามกลางแจ้งแบบ 11 คน นอกเหนือจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอย่างครบครันแล้วยังมีพื้นที่จอดรถมากกว่า 200 คัน โดยค่าเช่าเริ่มต้นอยู่ที่ 1,600 – 3,000 บาท / ชั่วโมง

สนามฟุตบอลหญ้าเทียม ซุปเปอร์คิก (Super Kick)

เป็นสนามฟุตบอลขนาด 7 คน ที่ได้รับมาตรฐานของฟีฟ่า ด้วยคุณภาพหญ้าเทียมเกรดพรีเมี่ยมนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังมีจำนวนสนามที่มากถึง 4 สนามด้วยกัน จึงกลายมาเป็นแหล่งรวมพลของคนรักฟุตบอลในย่านดังกล่าวไปในทีสุด โดยตั้งอยู่อยู่ที่บริเวณซอยลาดพร้าว 80 ตรงข้ามสตูดิโอ Moon Star Studio ใกล้กับแยกเหม่งจ๋าย

สำหรับสนามฟุตบอลแห่งนี้ เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่แพ้ที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นห้องอาบน้ำ, ห้องแต่งตัว, ห้องพักนักกีฬา, ล็อกเกอร์รูม, คลับเฮ้าส์ พร้อมทั้งบริการบันทึกภาพการแข่งขันในรูปแบบ DVD, คลินิกสอนบอล, ร้านอาหาร, เน็ตคาเฟ่, คาร์แคร์และที่จอดรถขนาดใหญ่ ภายใต้ราคาเช่าที่พอเหมาะกำลังดี ที่ 1,300 – 1,700 บาท

ศิลปินสะเทือน พาณิชย์ เตรียมแก้ กม. ลิขสิทธิ์เพลงใหม่

ศิลปินสะเทือน พาณิชย์ เตรียมแก้ กม. ลิขสิทธิ์เพลงใหม่

            ธุรกิจและวงการเพลงสั่นสะเทือน พาณิชย์เตรียมแก้กฎหมายลิขสิทธิ์ วางมาตรฐานค่าจัดเก็บกว่าปีละ 700 ล้าน เล็งยกเลิกบทบัญญัติ “ผิดอาญาสามาระยอมความได้” พร้อมจัดแถวตัวแทนลิขสิทธิ์อีก 29 บริษัท เพื่อเป็นไปตามโมเดลของสหรัฐฯ และยุโรป หนุนรัฐกุมบังเหียนจัดสรรผลประโยชน์แก้ปัญหาซ้ำซาก

ข้อมูลจากอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) กระทรวงพานิชย์ เผยถึงกรณีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงเอาไว้ว่า ขาดแนวทางทีชัดเจนตรงไปตรงมา ทำให้เกิดความสับสนต่อผู้ใช้งานจนอาจนำไปสู่ปัญหาการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการเพื่อดูแลผลประโยชน์ได้

แก้ปัญหา “ความผิดทางอาญายอมความได้” พร้อมทั้งลด 29 บริษัทนายหน้าลิขสิทธิ์

จากการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับ 2 พ.ศ.2558 จะมีการเพิ่มบทบัญญัติการกำกับดูแลองค์กรในเรื่องของการจัดเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์ และยกเลิกบทบัญญัติที่ระบุไว้ว่า “ความผิดทางอาญาสามารถยอมความกันได้” เพื่อให้มตราการกำกับและดูแลเป็นไปอย่างสากล

นอกจากนี้แล้วบริษัทจัดเก็บส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยกับการวางระบบกฎเกณฑ์ วิธีการ และเรตติ้งค่าใช่จ่ายที่ระบุไว้ชัดเจน พร้อมทั้งลดผู้ดำเนินเก็บค่าลิขสิทธิ์แทนจาก 29 ราย ให้เหลือน้อยลงกว่าเดิม เพื่อแก้ปัญหาความซ้ำซ้อน และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อเพิ่มความสะดวกทั้งผู้ใช้และผู้เก็บเงิน

ใช้ลิขสิทธิ์ปกป้อง 5.7 ล้านเพลง พร้อมลดต้นทุนค่าเพลงลงอีก 4 แสนบาท

สำหรับมูลค่าตลาดของการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 300-700 ล้านบาทต่อปี ปรับลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัทผู้จัดเก็บทั้งสิ้น 29 ราย จำนวน 5753454 เพลง อาทิ บริษัท เอ็มพิซีมิสิค จำกัด ผู้เป็นเจ้าของสิทธิ์งานดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียง 5605201 เพลง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำนวน 35339 เพลง บริษัท อาร์ เอ็ม เอส พับลิชชิ่ง จำกัด จำนวน 19479 เพลง บริษัทจัดเก็บทรัพย์สินทางภูมิปัญญาไทย จำกัด จำนวน 17303 เพลง บริษัท อินเตอร์ มิวสิค ก็อปปี้ไรท์ จำกัด 12538 เพลง บริษัท เค.ที. พับลิชชิ่ง จำกัด 14711 เพลง บริษัทเพลง จำกัด จำนวน 9651 เพลง เป็นต้น

นายกริช ทอมมัส ว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจจีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด มหาชน ระบุว่า เบื้องหลังของงานทุกงานล้วนมีต้นทุนทั้งสิ้น การนำเอางานของผู้อื่นไปใช้ โดยอ้างเหตุผลว่าไม่ได้ใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ การกระทำเช่นนี้เรียกว่า “การไม่เคารพกัน” พร้อมอธิบายด้วยว่าประเทศที่เจริญแล้วย่อมเคาพรสิทธิ์การใช้งานเสมอ ผู้บริหารแกรมมียังกล่าวต่ออีกว่า บริษัทไม่ได้เพิ่มอัตราการเก็บค่าลิขสิทธิ์สำหรับการเปิดเพลงในร้านอาหารตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้คิดจะทำลายธุรกิจของใคร ในขณะที่การซื้อสิทธิ์ถือเป็นการทำให้ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมด้านดนตรียังดำรงอยู่ได้

 

วิธีเทรด forex สำหรับพนักงานประจำ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

วิธีเทรด forex สำหรับพนักงานประจำ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

พนักงานประจำในโลกยุคปัจจุบันหลายคน ต่างมองหาอาชีพเสริมที่สามารถทำให้เงินในกระเป๋าของพวกเขางอกเงยได้ โดยสามารถใช้เวลาว่างหลังเลิกงานทำสิ่งเหล่านี้ได้ หลายคนโฟกัสไปที่ตลาดหุ้น Forex เนื่องจากเป็นตลาดที่เปิดให้ทุกคนซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นตอนตื่นนอน พักเที่ยง หรือตอนรถติดไฟแดงก็ยังได้อีก เรียกว่าการเทรด forex สามารถตอบโจทย์สิ่งต้องการของพวกเขาเหล่านั้นต้องการได้ ดังนั้นในวันนี้ผู้อ่านทุกท่านจะได้พบกับ วิธีเทรด forex สำหรับพนักงานประจำ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด!!!

เทรด forex ไม่จำเป็นต้องเฝ้าจอทั้งวัน ใช้เวลา 3 ชั่วโมงต่อวันก็เพียงพอแล้ว

สำหรับพนังงานประจำที่มีเวลาอยู่อย่างจำกัด จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะต้องมานั่งเฝ้ากราฟตลอด 24 ชม. แต่การมีเวลาน้อยไม่ใช่ปัญหาสำหรับตลาด forex เพราะในความเป็นจริงแล้วการเทรด forex ที่ดีไม่ควรใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งเฝ้าหน้าจอ เพราะในบางทีราคามันก็หยุดนิ่งไม่ขยับไปไหนเฝ้าจอต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นการใช้เวลาคิดวิเคราะห์และซื้อขายเพียงแค่ 3 ชั่วโมงต่อวันก็เพียงพอแล้ว

เทรด forex สามารถตั่งค่า Stop Loss และ Take Profit ได้ จึงไม่ต้องมานั่งเฝ้าราคาอยู่บ่อย ๆ

หากคุณต้องการเปิดออเดอร์สำหรับเทรด forex คุณสามารถตั้งค่า Stop Loss และ Take Profit ไว้ได้ ทำให้ไม่ต้องมาเฝ้ามองราคาจนบ่อยเกินไป เนื่องจากเวลาที่จำกัดทำให้ช่วงที่คุณไม่ได้ดูกราฟราคาจึงขยับขึ้นลงไปถึงไหนต่อไหนก็ไม่รู้ หากไม่ได้ตั้งค่า Stop Loss เอาไว้ จึงมีโอกาสที่ราคาจะติดลบแล้วทำให้เงินลงทุนของคุณกลายเป็น 0 ได้ หรือหากไม่มีการตั่งค่า Take Profit คุณก็จะสูญเสียโอกาสทำกำไรไปด้วยเช่นกัน

เทรด forex ถ้ามีเวลาว่างอย่าลืมหาความรู้เพิ่มเติม

ข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากต้องการประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง การไฝ่รู้ ไฝ่เรียน คือสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ไม่ควรทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วเด็ดขาดหรือคิดว่าตนเองนั้นเก่งแล้ว แต่ให้คิดว่าต้องมีความสามารถมากกว่านี้

ดังนั้นในการเทรด forex หากมีเวลาว่าง ๆ อย่าปล่อยให้ผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ แนะนำให้ลองหาหนังสือ forex มาอ่านดู หรือไปศึกษาหาข้อมูลที่มีอยู่มากมายบนโลกอินเทอร์เน็ตก็ได้เช่นกัน เพราะมีสิ่งที่เป็นประโยชน์นับไม่ถ้วน ที่สำคัญยังไม่ต้องเสียเงินอีกด้วย เมื่อศึกษาจนชำนาญแล้วรับรองได้เลยว่าการเทรด forex จะต้องประสบความสำเร็จกว่าทีเคยเป็นอยู่อย่างแน่นอน

โปรแกรมบัญชี มีส่วนช่วยในการบริหารจัดการอย่างไรบ้าง

โปรแกรมบัญชี มีส่วนช่วยในการบริหารจัดการอย่างไรบ้าง

            สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่แล้ว ส่วนใหญ่มักจะใช้โปรแกรมบัญชีมาเป็นตัวช่วยในการทำงาน โดยอาศัยประโยชน์จากข้อมูลที่บันทึกลงไปในโปรแกรมบัญชี ที่ผ่านการประมวลผลไปจนถึงสรุปการรายงานมาให้เรียบร้อยแล้วเพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนในการประกอบธุรกิจ

โปรแกรมบัญชีสำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่

โดยทั่วไปแล้วผู้บริหารรุ่นใหม่มักจะใช้โปรแกรมบัญชีใรการช่วยทำงานหลายอย่าง โดยอาศัยประโยชน์จากข้อมูลที่ถูกบันทึกลงไปในโปรแกรม ที่ผ่านการประมวลผลและสรุปเป็นรายงานเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนในการดำเนินธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น อยากรู้ว่าภายในเดือนสิงหาคม ของทุกปี ยอดขายของบริษัทเป็นอย่างไรบ้าง ก็สามารถใช้โปรแกรมเรียกดูข้อมูลยอดขายของเดือนสิงหาคมในข่วงปีที่ผ่านมาได้ หากพบว่ายอดขายเดือนนี้ไม่ดี ก็สามารถวางแผนงานกระตุ้นการขายไว้ล่วงหน้าได้ หรือ หากต้องการลงทุนในเดือนหน้า ก็เรียกดูข้อมูลของลูกหนี้ได้ว่ามีใครบ้าง และมียอดค้างชำระอยู่เท่าไร ไปจนถึงยอดค้างชำระที่ต้องจ่ายให้กับเจ้าหนี้นั้นมีใครบ้าง ยอดชำระเท่าไร คล้ายกับการพยากรณ์หรือคาดการเหตุการณ์ล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้น เพียงแต่ว่ามีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้มาช่วยรองรับการตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยให้แผนงานต่าง ๆ มีความรัดกุมมากขึ้น

“การตัดสินใจนำโปรแกรมบัญชีมาใช้ในวันนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นการสะสมข้อมูลอันมีค่าของธุรกิจที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังเป็นข้อมูลแห่งความจริงเฉพาะของกิจการเราเท่านั้นคนอื่นจะนำไปใช้ก็ไม่ได้”

โปรแกรมบัญชีช่วยหาผลกำไรที่ขาดหายไปได้

ในความเป็นจริงแล้วโปรแกรมบัญชี ไม่ได้มีไว้ใช้เพื่องานบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่ผลพลอยได้จากการบันทึกข้อมูลลงโปรแกรม ยังช่วยให้ทราบถึงข้อมูลในการทำธุรกิจได้อย่างครบถ้วน อาทิ ประวัติการขาย รายละเอียดใบกำกับแต่ละใบ ฯลฯ ในส่วนของกิจการที่มีการจำหน่ายสินค้า โปรแกรมก็จะช่วยการติดตามการเคลื่อนไหวของสินค้าได้ด้วย โดยการดูปริมาณสินค้าที่ขายออกไปในแต่ละเดือน ว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น หรือ ลดลง ก็จะช่วยในการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้ามาสต็อกไว้ได้อย่างเหมาะสม ไม่มีสินค้าเหลือค้างสต็อกมากจนเกินไป

หรือหากต้องการระบายสินค้า ก็สามารถเรียกดูราคาต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าแต่ละตัว เพื่อให้ง่ายต่อการกำหนดราคาขายที่เหมาะสมได้อย่างถูกต้อง

โปรแกรมบัญชี เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับประกอบธุรกิจ                    

โปรแกรมบัญชีก็เปรียเหมือนอุปกรณ์สำนักงานชิ้นหนึ่ง ที่ควรจะมีติดไว้ใชในทุกสำนักงาน เพื่อเป็นตัวช่วยแก่ผู้บริหารให้สามารถสั่งการและเรียกดูข้อมูลที่ต้องการได้ทันทีตลอดเวลา เพราะในยุคนี้เป็นยุคแห่งข้อมูล การจะตัดสินใจทำอะไรจะต้องมีข้อมูลมารองรับการทำงานนั้น ๆ อย่างเพียงพอและเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการลงทุนผิดพลาด

ขั้นตอนในการนำเข้าสินค้าจากจีน มายังประเทศไทย

ขั้นตอนในการนำเข้าสินค้าจากจีน มายังประเทศไทย

            ในการนำเข้าสินค้าจากจีนมาสู่ประเทศไทยนั้น หากคุณมีความต้องการนำเข้าเองโดยไม่ผ่านตัวกลาง หรือบริษัทนำเข้าสินค้าต่าง ๆ คุณอาจจะเจอกับกระบวนการขั้นตอนที่ยุงยาก สลับซับซ้อนได้ เมื่อคุณสั่งซื้อสินค้า แล้วชำระเงินเรียบร้อยแล้วนั้น คุณมีความจำเป็นที่จะต้องจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ และข้อมูลที่สำคัญในการนำเข้าสินค้าจากจีน ไล่ตั่งแต่ใบขนสินค้า ใบตราสินค้า บัญชีราคาสินค้า บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ รวมถึงใบอนุญาต หรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมในการนำเข้า และอื่น ๆ เช่น แคตตาล็อก เอกสารแสดงส่วนผสม เป็นต้น

นอกจากนี้แล้วกระบวนการในการลำเลียงสินค้าก็มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งการขนส่งสินค้าจากจีนมายังประเทศไทยนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญ ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งสิ้น 3 ประเภทดังนี้

1.นำเข้าสินค้าจากจีนผ่านทางเรือขนส่งสินค้า

ในการขนส่งด้วยเรือนั้น จะใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 10-15 วัน เหมาะสำหรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่ และต้องใช้ความระมัดระวังในการขนส่งที่มากกว่าปกติ นอกจากนี้การนำเข้าสินค้าจากจีนผ่านทางเรือขนส่งนั้นสามารถลำเลียงได้ในปริมาณมาก บวกกับค่าใช้จ่ายในการขนส่งทางเรือที่ถูกกว่าประเภทอื่น จึงสามารถลดต้นทุนได้ แต่ก็แลกกับเวลาในการขนส่งที่นานกว่าประเภทอื่นอย่างเห็นได้ชัด

2.นำเข้าสินค้าจากจีนผ่านทางอากาศ

สำหรับการขนส่งทางอากาศ หรือผ่านทางเครื่องบินนั้น จะใช้ระยะเวลาทั้งสิ้นเพียง 3-5 วันเท่านั้น เป็นการขนส่งแบบรวดเร็วเร่งด่วนเป็นอย่างมาก ถือเป็นวิธีการนำเข้าสินค้าจากจีนที่เน้นความสะดวกรวดเร็วเป็นหลัก แต่ทว่าในความรวดเร็วนี้ ก็จะแลกมากับราคาที่ค่อนข้างแพงกว่าการขนส่งแบบอื่น

3.นำเข้าสินค้าจากจีนผ่านทางรถ

จะใช้ระยะเวลาในการขนส่งทางรถทั้งสิ้น 5-7 วันด้วยกัน ระยะเวลาถือว่าไม่นานมาก และมีความแน่นอน อีกทั้งค่าขนส่งยังไม่แพงอีกด้วย การนำเข้าสินค้าจากจีนผ่านทางรถจึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ที่สำคัญการขนส่งแบบนี้ยังเหมาะกับสินค้าทุกประเภทอีกด้วย แต่สินค้าที่ว่านั้นต้องมีขนาดที่ไม่ใหญ่โตจนเกินไป ไม่แตกหัก หรือชำรุดได้ง่าย สำหรับสินค้าที่แตกหัก หรือเกิดการชำรุดได้ง่ายนั้น จะมีตีลังขึ้นมาใหม่เพื่อให้เหมาะกับรูปทรงของชนิดสินค้า และเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น

เมื่อนำเข้าสินค้าจากจีนมายังประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายจะต้องผ่านการตรวจตรากับกรมศุลกากรก่อน โดยสินค้าจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดพร้อมกับชำระภาษีอย่างถูกต้อง ก่อนจะไปแจกจ่ายสู่มือผู้รับต่อไป

การเดินระบบภาพ ในงานรับถ่ายวิดีโอแต่ละประเภท

การเดินระบบภาพ ในงานรับถ่ายวิดีโอแต่ละประเภท

            หากกล่าวถึงการรับถ่ายวิดีโอ ในความคิดของผู้คนส่วนใหญ่ต้องมีข้อสงสัยที่ว่า ก็แค่ถ่าย ๆ ไป จากนั้นก็ตัดต่อ ก่อนนำไปฉายในงานก็เท่านั้น แล้วก็จบ ๆ แยกย้ายกันไปทางใครทางมัน อยากจะบอกว่าไม่ใช่อย่างที่ใครหลายคนคิดหรอก เพราะที่จริงแล้วยังมีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ก่อนที่จะนำสื่อทางภาพ และเสียงมานำเสนอได้ นั่นคือ การเดินระบบมัลติมีเดียสำหรับในงานรับถ่ายวิดีโอ

เพราะถ้าหากไม่ดีมีการการวางระบบภาพ และระบบเสียงไว้ให้เรียบร้อยแล้วนั้น อาจจะทำให้เกิดปัญหาจนงานใหญ่ ๆ เสียหายพังทลายลงได้ ดังนั้นแล้ว สิ่งแรกที่เราต้องทำในงานรับถ่ายวิดีโอก็คือ การเดินขึ้นระบบภาพจากจอเครื่องควบคุมขึ้นไปยังจอโปรเจคเตอร์หรือจอมอนิเตอร์ โดยเมื่อเรามาถึงสถานที่จัดงานแล้ว ก่อนที่งานจะเริ่มขึ้น ต้องนำหัว VGA เสียบกับคอมพิวเตอร์อีกด้านของสาย VGA ต่อเชื่อมเช้ากับกับเครื่องผสมสัญญานภาพ(switcher) แล้วทำการยกเลิกสัญญานจากเครื่องผสมภาพ(switcher) ก่อนจะนำปลายสายของ VGAมาต่อกับโปรเจคเตอร์อีกที

สำหรับคำถามต่อมาคือ รับถ่ายวิดีโองานแต่ละประเภทควรเดินระบบไฟอย่างไร

  1. ถ้ารับถ่ายวิดีโอที่เป็นงานประชุมสัมมนาในห้องประชุมที่มีขนาดไม่ใหญ่โตมาก ทางทีมงานก็จะใช้คอมพิวเตอร์โน็ตบุก หรือ PC ที่มีอยู่แล้วในห้องประชุมนั้น ๆ ต่อกับสาย Projector ก่อนจะฉายไปที่จอมอนิเตอร์ ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับผู้บรรยายที่ต้องการใช้เพียงแค่ Power Point เป็น Presentation เท่านั้น

2.แต่ถ้าในกรณีที่รับถ่ายวิดีโอในงานอีเว้นใหญ่ ๆ ถ้าจะให้มานั่งฉายภาพจากจอคอมพิวเตอร์โดยตรงให้ผู้คนที่มาร่วมงานเห็น มันคงดูไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นแล้ว ทางทีมงานที่รับหน้าที่เดินระบบภาพ จำเป็นที่จะต้องใช้งานเครื่องผสมสัญญาณภาพ โดยส่วนมากแล้ว จะมี Input สัญญาณตั้งแต่2-3ช่องขึ้นไป ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับการถ่ายถอดสดในงานอีเว้นใหญ่ ๆ แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น คอนเสิร์ต งานสัมมนาใหญ่ งานแต่งงาน รวมไปถึงงานเปิดตัวสินค้าประเภทต่าง ๆ

3.การจัดแสงก็สำคัญมากในการรับถ่ายวิดีโอ ในทุก ๆ ครั้งที่มีการเดินระบบภาพ ก็ควรที่จะจัดแสงให้พ้นจากจอโปรเจคเตอร์ เพราะถ้ามีแสงมากวนจอมาก ๆ ก็จะทำให้จอไม่สว่าง และทำให้ความคงชัดของภาพน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น การแก้ปัญหาเหล่านีก็คือ การเลือกเครื่องฉายที่มีค่าความสว่างและคมชัดมากขึ้น หรือที่บางท่านอาจจะเคยได้ยินกันในชื่อ        ansi lumens นั่นเอง ยิ่งมีตัวเลขจำนวนมากค่าความสว่างก็จะยิ่งมาก ส่วนการจัดระยะฉายจากตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ก็ควรให้สัมพันธ์กับขนาดของจอ ( ข้อควรระวังอีกอย่างเลยก็คือ ควรเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ เนื่องจากงานที่รับถ่ายวิดีโอบางประเภทจะให้จอฉายภาพที่มีขนาดใหญ่มาก ) ซึ่งตารางแสดงความสัมพันธ์ของระยะห่าง จะมีมาพร้อมกับคู่มือการใช้โปรเจคเตอร์มาให้อยู่แล้ว

และทั้งหมดนี้ก็คือ ตัวอย่างคร่าว ๆ ของการเดินระบบภาพ ที่ทุกท่านสามารถนำไปเป็นความรู้ และนำไปประยุกต์ใช้ในงานรับถ่ายวิดีโอ­ของท่านได้ไม่มากก็น้อย โดยเราหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์แก่ทุกท่าน

 

ข้อดี ของการใช้ตัวแทนนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน

ข้อดี ของการใช้ตัวแทนนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน

            การนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาขาย ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่พ่อค้าแม่ค้าในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่า หรือหน้าใหม่ก็ตาม เพราะตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ของจีน สามารถหาซื้อได้ในราคาถูกกว่าที่อื่นนั่นเอง จึงทำให้ใครหลายคนเลือกใช้ข้อดีส่วนนี้ ในการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนผ่านตัวแทนจำหน่ายได้ ในราคาที่ถูก เพื่อเป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจต่าง ๆ ต่อไป

“ข้อดีที่คุณจะได้รับ หากนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนผ่านตัวแทน ก็จะมีดังนี้”

– ความสะดวก รวดเร็ว = กล่าวกันไว้ว่า เป็นคุณสมบัติที่พ่อค้าแม่ค้าทุกคนต้องมี สินค้าแบบไหนเด่น สินค้าชิ้นไหนดีคนใช้เยอะ สินค้าแบบนี้เหมาะกับขายช่วงเทศกาลอะไร เรื่องเหล่านี้พ่อค้าแม่ค้าที่ดีควรต้องรู้ ดังนั้นการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนผ่านตัวแทนคือตอบ เพราะพวกเค้าเหล่านี้จะทำให้การสั่งสินค้าเป็นเรื่องง่ายขึ้น และสะดวกรวดเร็วอย่างมาก

– ความเสี่ยงของการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนที่ลดลง = จากจีนแผ่นดินใหญ่ เดินทางมาสู่ประเทศไทย ระยะทางก็ใกลไม่ใช่เล่น แม้ว่าสมัยนี้การเดินทางจะสะดวกแล้วก็ตาม แต่โดยรวมก็ยังใกลอยู่ดี ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะต้องเผื่อไปกับความเสี่ยงเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้าชำรุดเสียหาย สินค้าได้มาผิด หรือสื่อสารกันไม่เข้าใจ ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะลดลง หากเราใช้ตัวแทนในการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน

ลดภาระค่าใช้จ่าย = สำหรับการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนเพื่อนำมาจำหน่ายนั้น ข้อดีก็คือราคาถูกอย่างที่ใคร ๆ รู้ แต่ถ้าหากเราใช้บริการผ่านตัวแทน ก็จะช่วยลดต้นทุนการค้าขายของเราให้ถูกลงเข้าไปอีก อีกทั้งยังสามารถคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย

มีผู้ช่วยคอยแนะนำในการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน = ด้วยจำนวนประชากรที่เยอะติดลำดับโลกแล้ว ตลาดออนไลน์ของจีนก็มีพ่อค้าแม่ค้าคนจำนวนมากเช่นกัน จนทำให้เลือกไม่ถูกเลยว่าจะซื้อจากพ่อแม่ค้าจ้าวไหน เพราะอย่างนี้เราจึงต้องมีตัวช่วย และที่ปรึกษาดี ๆ ด้วยการสั่งซื้อผ่านตัวแทนนั่นเอง

หากคุณเป็นมือใหม่ขาดประสบการณ์ ที่ต้องการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาขาย ด้วยขั้นตอนที่หลากหลาย และภาษาที่แตกต่างกันแล้ว ขอแนะนำว่าในช่วงแรกให้สั่งสินค้าจากตัวแทนดีกว่า อะไร ๆ มันก็จะง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ